“ช้าง” สัตว์มงคลคู่บ้านคู่เมือง คู่บารมีพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัยตราบจนปัจจุบัน ตามประวัติศาสตร์ ช้างถูกใช้เป็นพาหนะในการทำศึกสงครามปกป้องประเทศ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏเรื่องราวในพุทธประวัติ พุทธชาดก และงานจิตรกรรม โดยเฉพาะ “ช้างเผือก” ช้างในตระกูลชาติพรหมพงศ์ อิศวรพงศ์ พิษณุพงศ์ หรืออัคนิพงศ์ มักได้รับเลือกให้เป็นช้างในพระราชพิธี เป็นเครื่องหมายแทนพระองค์ ใช้ประดับสิ่งของพระราชทาน รวมถึงใช้เป็นตราสัญลักษณ์บนเหรียญกษาปณ์ไทย
หนึ่งในช้างเผือกที่ปรากฏอยู่บนชื่อและลวดลายของเหรียญกษาปณ์ไทย คือ “ช้างเอราวัณ” หรือ “ไอราพต” มีที่มาจากคำว่า “ไอราวต” หรือ “ไอราวณ” ในภาษาสันสกฤต ช้างเอราวัณรู้จักกันในฐานะพาหนะคู่พระทัยของพระอินทร์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีความหมายถึง น้ำ เมฆฝน รุ้ง แปลรวมว่ากลุ่มก้อนเมฆที่มีฟ้าแลบ และทำให้เกิดฝนตก สอดคล้องกับการที่พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่องเที่ยวไปบนสวรรค์ แล้วโปรยฝนให้ตกลงมายังโลก ช้างเอราวัณจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความดีงาม
ทั้งนี้ ตามตำนานกล่าวว่า ช้างเอราวัณเป็นช้างขนาดใหญ่ ผิวกายขาวหรือเผือกผ่อง มี 33 เศียร แต่ละเศียรมี 7 งา แต่ละงามีสระโบกขรณี 7 สระ แต่ละสระมีกอบัว 7 กอ แต่ละกอมีดอกบัว 7 ดอก แต่ละดอกมีกลีบ 7 กลีบ แต่ละกลีบมีธิดาฟ้อนรำ 7 องค์ แต่ละองค์มีบริวาร 7 นาง แต่ช้างเอราวัณที่ปรากฏในงานศิลปกรรมมีเพียง 3 เศียร เพื่อเป็นการลดรูปทางศิลปะให้มีสัดส่วนที่สมดุลลงตัว
ที่มาข้อมูล:
- เว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา http://legacy.orst.go.th
- เว็บไซต์กรมศิลปากร https://www.finearts.go.th
- เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ https://www.erawanmuseum.com
- เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม https://www.silpa-mag.com